วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2556

ห้องนอนสไตล์โมเดิร์น ( modern style bedroom)


โมเดิร์นสไตล์ นั้น เป็นสไตล์การ ตกแต่งบ้าน ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบค่ะ

การ ตกแต่งห้องนอนในสไตล์โมเดิร์น มักเป็นการตกแต่งที่เน้นถึงประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความหรูหรา ฟู่ฟ่าของเครื่องเรือนค่ะ ดังนั้นการตกแต่งห้องนอนสไตล์นี้จึงใช้งบประมาณในการตกแต่งไม่มาก และเน้นหนักไปทางความเรียบง่าย โปร่งสบาย เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้มักเป็นทรงเรขาคณิต และทำจากวัสดุสมัยใหม่ที่มีพื้นผิวแวววาว เช่น กระจก ไฟเบอร์กลาส โลหะ อะครีลิค ลามิเนต เป็นต้น ส่วนสีสันที่นำมาใช้งานก็มักจะไม่ฉูดฉาด มักเลือกใช้สีขาว ดำ น้ำตาลเข้ม เทา เราลองมาดูตัวอย่างการตกแต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์นกันนะคะ








ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต


วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ห้องนอนสไตล์เรโทร


การตกแต่งบ้านเรือนสไตล์ เรโทร นั้น หมายถึงการหยิบจับเอาของเก่า,เฟอร์นิเจอร์เก่า ที่อาจจะเป็นของเลียนแบบทำขึ้นมาใหม่มาใช้ในการตกแต่งบ้าน โดยเน้นให้เห็นถึงความเรียบง่าย ใช้งานได้จริง ซึ่งถือว่าเป็นการผสมผสานของข้าวของที่มีความแตกต่างในแต่ละยุคแต่ละสมัยกันได้อย่างลงตัวน่ะนะคะ

ห้องนอนสไตล์เรโทร นั้น จะว่าไปแล้วก็คือห้องนอนที่ยึดถือเอาแนวทางของการตกแต่งแบบย้อนยุคมาใช้นั่นเองค่ะ การตกแต่งห้องนอนสไตล์เรโทรนั้น จะเน้นที่ความเรียบง่าย การหยิบจับเอาสิ่งละอันพันละน้อย ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ ที่เห็นแล้วทำให้ถวิลหาถึงเวลาในอดีต หรือสิ่งของที่ทำเลียนแบบขึ้นมามาตกแต่งในลักษณะผสมผสานกัน ซึ่งก่อนที่เราจะไปดูตัวอย่างของห้องนอนสวย ๆ ที่ตกแต่งด้วยสไตล์เรโทรกันนั้น บ้านนี้ดีจะขอนำเอาประวัติความเป็นมาของการตกแต่งบ้านสไตล์นี้มาฝากกันสักเล็กน้อยนะคะ


เรโทร สไตล์ ได้รับอิทธิพลมาจากช่วงยุค ปี 50′s 60′s และ 70′s ค่ะ จุดเด่นของการตกแต่งสไตล์นี้ จะเน้นในเรื่องของการตกแต่งที่แลดูสนุกสนานและมีชีวิตชีวา ซึ่งในแต่ละยุคนั้นก็จะมีองค์ประกอบของการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป แต่ถึงกระนั้นก็ตามกฎพื้นฐานหลักๆ ของการตกแต่งสไตล์นี้ก็ยังคงคุณสมบัติเฉพาะตัวเช่นเดิม คือออกแบบเพื่อตอบสนองการใช้งานประจำวันและมีแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ น่ะนะคะ


สีสันที่ได้รับความนิยมในการตกแต่งบ้านเรือนสไตล์เรโทรนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยค่ะ เช่น หากเป็นเรโทรยุค 50s ก็จะตกแต่งด้วยโทนสีที่อ่อน หรือที่เราเรียกว่าสีพาสเทล อาทิ สีเหลืองอ่อน ฟ้าอ่อน สีขาว เป็นต้น แต่หากเป็นยุค70s ก็จะมีการเล่นสีที่ค่อนข้างฉูดฉาด สดใส รุนแรงมากขึ้น โดยเน้นจำพวกสีเหลืองมะนาว สีเขียว สีส้มไล่ระดับไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มเลยทีเดียว

นอกจากนี้แล้วงานศิลปะบนผนังก็ถือเป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งของการตกแต่งสไตล์นี้ค่ะ ห้องนอนสไตล์เรโทรนั้น มักจะมีการเน้นลวดลายของวอลเปเปอร์ จำพวกลายดอกไม้ขนาดใหญ่ ลายกราฟฟิค หรือลายที่ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนล่องลอยบนอวกาศ เนื่องจากเป็นยุคแรก ๆ ที่มนุษย์เราสามารถขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ได้

ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการตกแต่งสไตล์นี้ คือการเสาะหาของตกแต่งย้อนยุค อย่างเช่น โคมไฟรูปทรงเท่ๆ นาฬิกาดีไซน์เก๋แปลกตา ตุ๊กตาไม้เก่า หรือหมอนอิงลวดลายสีสันจัดจ้าน เป็นต้นน่ะนะคะ

เราลองมาดูตัวอย่างของการตกแต่ง ห้องนอนในสไตล์เรโทรสวย ๆ กันนะคะ







ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ห้องนอนสไตล์วินเทจ (vintage style)


การตกแต่ง ห้องนอนสไตล์วินเทจ นั้น ก็คือการหยิบเอาของใช้เก่า ๆ เครื่องเรือนเก่า ๆ ภาพถ่ายเก่า ๆ หรือแม้แต่ของตกแต่งบ้านโบราณ นำมาใช้ในในการตกแต่งห้องให้ดูย้อนยุคแบบคลาสสิคค่ะ

การ ตกแต่งห้องนอนสไตล์วินเทจ นั้น สามารถทำได้ด้วยการเลือกผสมผสานกันระหว่างความสวยงามอ่อนช้อยของเฟอร์นิเจอร์โบราณ แล้วนำมาผนวกกับรูปแบบของการตกแต่งที่อยู่ในยุคปัจจุบัน โดยใช้สีอ่อนไม่ฉูดฉาด แต่หรูหรา เช่น สีขาว ครีม น้ำตาล ชมพูอ่อน ม่วงอ่อน ฯ เป็นหลักในการตกแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น สวยงาม อ่อนหวานดังเทพนิยาย เราลองมาดูการตกแต่งห้องนอนสไตล์วินเทจสวย ๆ ด้วยกันนะคะ









ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ห้องนั่งเล่นสไตล์เรโทร (retro living room)


หลาย ๆ คนอาจจะสับสนกับการตกแต่งบ้านสไตล์เรโทรและสไตล์วินเทจกันอยู่ไม่น้อยน่ะนะคะ หากจะอธิบายง่าย ๆ สไตล์วินเทจนั้นก็คือการตกแต่งบ้านโดยการนำเอาเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเก่า ๆ นำมาใช้งานใหม่ โดยสิ่งของเหล่านั้นมักจะเป็นของเก่าที่มีลักษณะ อ่อนหวาน อ่อนช้อย อุดมด้วยลายละเอียด ซึ่งจะแตกต่างกับการตกแต่งบ้านสไตล์เรโทร ที่จะเป็นการตกแต่งโดยการนำเอาของเก่าที่อาจจะเป็นของเลียนแบบขึ้นมาใหม่มาทำการตกแต่งบ้าน โดยเน้นให้เห็นถึงความเรียบง่าย ใช้งานได้จริงเป็นการผสมผสานของที่มีความแตกต่างในแต่ละยุคแต่ละสมัยกันได้อย่างลงตัวนั่นเองค่ะ

retro living room

ห้องนั่งเล่นสไตล์เรโทร (retro living room) ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการ ตกแต่งบ้านสไตล์ย้อนยุค น่ะนะคะ สไตล์เรโทร ได้รับอิทธิพลมาจากในช่วงยุค 50′s 60′s และ 70′s มีจุดเด่นในเรื่องของการตกแต่งที่ดูสนุกสาน เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ห้องที่ตกแต่งด้วยสไตล์เรโทรยุค 50 มักนิยมใช้สีที่อ่อนหวานในการตกแต่งห้อง ที่เรียกว่าสีพาสเทล เช่น เหลืองอ่อน ฟ้าอ่อน ขาว ชมพู เป็นต้น ส่วนในยุค 70 สีของการตกแต่งก็จะค่อนข้างฉูดฉาดขึ้น อาทิ สีเหลืองมะนาว สีเขียว สีส้ม


เฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่นสไตล์เรโทรนั้น มักเน้นที่ความเรียบง่าย ไม่มีรายละเอียดมากนักเป็นหลักค่ะ นิยมจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก่าคลาสสิคหลายชิ้นแบบผสมผสานกันจากหลายยุคหลายสมัย และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การเลือกใช้ของตกแต่งเก่า ๆ ที่ทำให้คิดไปถึงของเล่น ของใช้ และของแต่งบ้านแบบโบราณ ๆ อย่างเช่น นาฬิกาดีไซด์เก๋ ๆ ตุ๊กตาสังกะสีเก่าตั้งโชว์ หรือหมอนอิงลวดลายเก๋ไก๋สีสรรจัดจ้าน เป็นต้น





เรียบเรียงข้อมูลจาก http://www.decorreport.com
ภาพประักอบจาก อินเตอร์เน็ต



วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจ (Vintage living room style)

สไตล์วินเทจ นั้นก็คือ อีกหนึ่งสไตล์การตกแต่งบ้านที่เน้นให้เห็นความเรียบหรู อบอุ่น อ่อนหวน โดยการนำเอาข้าวของเครื่องใช้ในยุคโบราณ มาใช้ในการตกแต่งส่วนต่าง ๆ ของบ้านค่ะ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่ง ห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจ ก็สามารถหยิบเอาข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ เครื่องเรือนเก่า ๆ ภาพถ่ายเก่า ๆ หรือแม้แต่ของตกแต่งบ้านโบราณ นำมาใช้ในในการตกแต่งห้องให้ดูย้อนยุคแบบคลาสสิคได้ โดยจัดให้มีความผสมผสานกัน เน้นที่ความสวยงาม อ่อนช้อย ใช้สีอ่อนไม่ฉูดฉาดแต่ดูแล้วหรูหรา เช่น สีชมพูอ่อน สีม่วงอ่อน ฟ้าอ่อน ขาว ครีม น้ำตาล เป็นต้น

เราลองมาดูการตัวอย่างการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจด้วยกันนะคะ :)






ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ห้องนั่งเล่นสไตล์โมเดิร์น (Modern style living room)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านนี้ดีทุกท่าน


ห้องนั่งเล่น หรือ Living room นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งห้องที่มีความสำคัญและเป็นหน้าเป็นตาสำหรับบ้านทีเดียวนะคะ ห้องนั่งเล่นอาจหมายถึง ห้องรับรอง ห้องรับแขก หรือห้องพักผ่อนของบ้าน เป็นห้องที่ใช้ต้อนรับแขกเหรื่อของครอบครัว และเป็นศูนย์รวมของสมาชิกในครอบครัว ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ดังนั้น การจัดห้องนั่งเล่นให้มีความสวยงาม จึงเป็นสิ่งที่เพื่อน ๆ คนรักบ้านทุกท่านต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของการตกแต่งบ้าน

ห้องนั่งเล่นนั้นมีหลายรูปแบบ หลายสไตล์ค่ะ ในวันนี้เราจะมาดูการตกแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์โมเดิร์นกัน  ก่อนอื่น เรามาดูความหมายของคำว่า โมเดิร์น กันก่อนนะคะ โมเดิร์น หรือ Modern แปลว่า สมัยใหม่ ดังนั้นการ ตกแต่งห้องนั่งเล่น ใน สไตล์โมเดิร์น จึงควรเป็นการตกแต่งห้องที่เน้นความเรีียบง่าย ทันสมัย ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เน้นการออกแบบรูปทรงที่แปลกตา จากวัสดุประเภทโลหะ แก้ว พลาสติก เป็นต้น ความโดดเด่นอีกประการหนึ่งของการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์นี้คือ การเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยมากกว่าการตกแต่งที่เน้นแต่เพียงความสวยงามค่ะ ดังนั้น เราจึงเห็นว่าห้องนั่งเล่นสไตล์โมเดิร์นนี้จะดูสะอาดโปร่งตากว่าห้องนั่งเล่นในสไตล์อื่นทั่วไป เราลองมาดูตัวอย่างของการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์นี้กันนะคะ









ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


ห้องนั่งเล่นในสไตล์คันทรี (country style living room)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านนี้ดีทุกท่าน

ห้องนั่งเล่นสไตล์คันทรี นั้นส่วนใหญ่แล้วเราจะพบกันใน บ้าน ที่ตกแต่งในสไตล์คันทรีด้วยน่ะนะคะ หลาย ๆ ท่านอาจจะมีความสงสัยว่า สไตล์คันทรี (country style) นั้นคือสไตล์เช่นไร สไตล์คันทรี คือสไตล์ที่มักจะดึงเอาความเป็นธรรมชาติเข้ามาใช้ในการตกแต่งบ้านค่ะ เป็นการผสมผสานความเรียบง่ายสวยงามของอิฐ หิน ดิน ทราย ไม้ เข้ามาใช้ในการตกแต่งเพื่อให้บ้านมีความกลมกลืนกับธรรมชาติให้มากที่สุด ดังนั้นห้องนั่งเล่นสไตล์คันทรี จึงนิยมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างเช่นไม้ หิน หรือแม้กระทั่งอิฐ

เราลองมาดูตัวอย่างของการตกแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์คันทรีเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านสไตล์นี้ดวยกันนะคะ :)








ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555

บ้านประหยัดพลังงานคือบ้านแบบใด?

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านนี้ดีทุกท่าน

ปัจจุบันนี้สภาวะความตื่นตัวของการช่วยกันประหยัดพลังงานหรืออนุรักษ์พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สิ่งแวดล้อมของโลกเสื่อมโทรมน้อยลง และช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น เริ่มเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางมากขึ้นน่ะนะคะ

เช่นเดียวกันกับคนรัก บ้าน ที่กำลังคิดจะสร้างบ้านค่ะ หลาย ๆ คนก็เริ่มที่จะใส่ใจในรายละเอียดเพื่อช่วยให้เราสามารถประหยัดพลังงานที่จะต้องสิ้นเปลืองภายในบ้านเรากันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเลือกใช้วัสดุสร้างบ้าน หรือแม้แต่การคิดค้นหาวิธีที่จะปรับรูปแบบการใช้ชีวิตภายในบ้านให้เหมาะสมกับการช่วยลดการใช้พลังงานสิ้นเปลืองน่ะนะคะ





แต่ความหมายของบ้านประหยัดพลังงานจริง ๆ แล้วคืออะไร บ้านประหยัดพลังงาน ก็คือ บ้านที่ใช้พลังงานน้อย โดยที่ยังคงสามารถรักษาและควบคุมสภาวะน่าสบายตลอดจนคุณภาพชีวิตภายในบ้านไว้ได้อย่างดียิ่ง คือครบถ้วนทั้งการอยู่อาศัย อยู่สบาย และประหยัดพลังงานนั่นเองน่ะนะคะ ทั้งนี้ การสร้างหรือปรับปรุงบ้านให้เป็นบ้านประหยัดพลังงานนั้น สามารถทำได้สองวิธีใหญ่ ๆ ด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ

1. ปรับปรุงในส่วนของตัวบ้านเอง เช่น การเลือกใช้วัสดุสร้างบ้านที่ช่วยให้มีการใช้พลังงานสิ้นเปลืองในบ้านน้อยลง การป้องกันสภาวะอันไม่น่าสบายภายนอกบ้านให้เข้าสู่ภายในบ้านให้น้อยที่สุด เป็นต้น

2. ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมนอกตัวบ้าน เช่น การปลูกต้นไม้ ทำสวน หรือการปรับปรุงภูมิทัศน์ที่จะช่วยเพิ่มความอยู่สบายให้กับผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน เป็นต้น

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านนี้ดี เราจะมาดูรายละเอียดในการสร้างและปรับปรุงบ้านของเราให้เป็นบ้านประหยัดพลังงานกันต่อนะคะ



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

ห้องใต้หลังคา (Attic)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านนี้ดีทุกท่าน

สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีบ้านที่มีหลังคาทรงสูง และมีพื้นที่เหนือฝ้าเพดานมากพอ อาจจะกำลังนึกอยากจะต่อเติมบริเวณส่วนใต้หลังคา เพื่อทำห้องสำหรับไว้ใช้งานเพิ่มเติมอีกสักหนึ่งห้องน่ะนะคะ

ข้อดีของการมี ห้องใต้หลังคา ก็คือ เราจะเสียค่าต่อเติมทั้งในส่วนของโครงสร้าง ผนัง และพื้นไม่แพงมาก แถมยังสามารถเป็นฉนวนความร้อนชั้นดีที่จะกันความร้อนจากบริเวณใต้หลังคา ก่อนที่จะลงมาสู่ห้องหับต่าง ๆ ภายในบ้านได้อีก


แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การมีห้องใต้หลังคานั้นก็ต้องมีการจัดการในเรื่องของการป้องกันความร้อนที่ดีค่ะ เนื่องจากห้องใต้หลังคานั้น เป็นห้องที่เป็นปราการด่านแรกที่จะรับความร้อนจากส่วนหลังคา ดังนั้นหากเราคิดจะทำห้องใต้หลังคาเพื่อรองรับการใช้งานของเราด้วย ก็ควรปฏิบัติดังนี้



1. เราควรบุฉนวนกันความร้อนหนาเป็นพิเศษใต้แปหรือใต้จันทันและทำฝ้าด้วยยิบซั่มบอร์ดค่ะ เพื่อจะได้ช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกทะลุเข้ามาในห้องใต้หลังคา

2. เปิดให้มีอากาศถ่ายเทในห้องใต้หลังคาได้ตลอดเวลา โดยสามารถทำเป็นบานเกล็ดติดตายบุมุ้งลวดไว้ ที่ไม่แนะนำให้ทำช่องเปิด ที่ต้องใช้คนเปิดอย่างเดียว เพราะบางครั้งหากเราไม่มีเวลาเปิด ความร้อนก็จะไม่ถ่ายเทน่ะนะคะ

3. หากมีผนังที่กระทบแสงแดดโดยตรง และไม่มีร่มเงาของหลังคา ควรทำเป็นผนัง 2 ชั้น ค่ะ โดยด้านนอกเป็นการก่ออิฐ บุฉนวนกันความร้อน และบุแผ่นยิบซั่มที่บริเวณผนังด้านใน


เพียงเท่านี้เราก็จะได้ ห้องใต้หลังคาที่เย็นสบาย และสามารถดัดแปลงเป็นห้องที่เกิดประโยชน์สำหรับคนในครอบครัวเพิ่มขึ้นมาอีกห้องนึงแล้วน่ะนะคะ



ข้อมูลจาก http://baansanruk.blogspot.com/
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

ห้องเก็บของ



ห้องเก็บของ นั้น มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าห้องอื่น ๆ ภายใน บ้าน ค่ะ เจ้าของบ้านหลายท่าน อาจจะกำลังนึกว่า เราไม่มีความจำเป็นต้องออกแบบบ้านไว้ เพื่อทำห้องเก็บของก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อบ้านเสร็จสมบูรณ์และเราย้ายเข้าไปอยู่อาศัย ก็ย่อมมีข้าวของมากมาย ทั้งที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน และนาน ๆ จะหยิบใช้งานสักครั้ง รวมไปถึงสิ่งของที่ยังไม่ได้ใช้งานแต่อาจจำเป็นต้องหยิบมาใช้ในอนาคตสะสมไว้ในบ้านเป็นจำนวนมาก

คำถามก็คือ หากเราไม่มีพื้นที่ไว้สำหรับเก็บข้าวของเหล่านั้น โดยเฉพาะของที่เราไม่จำเป็นต้องใช้งานในชีวิตประจำวัน เราจะเอาของเหล่านั้นไว้ที่ไหน คำตอบที่หลาย ๆ คนอาจจะผุดขึ้นมาในใจ ก็คงต้องออกแบบห้องเก็บของ หรือที่เก็บของเหล่านั้นเอาไว้น่ะนะคะ :)




ตำแหน่งของห้องเก็บของ นั้น ไม่มีข้อกำหนดตายตัวค่ะ แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักจะตั้งอยู่บริเวณชั้นล่าง ทางด้านหลังของตัวบ้าน และแม้จะเป็นห้องที่ลับตาคนแต่ก็ควรมีทางเข้า-ออกที่สะดวก และแม้ว่าห้องเก็บของไม่จำเป็นต้องมีหน้าต่างเพื่อชมวิวทิวทัศน์ภายนอก แต่ก็ควรจะมีแสงสว่างมากพอเพื่อให้ความสะดวกในการหยิบจับค้นหาสิ่งของ และเพื่อความปลอดภัยในการเข้าไปใช้ห้องดังกล่าวนะคะ

การจัดห้องเก็บของภายในบ้าน นั้น ควรแยกหมวดหมู่ของสิ่งของที่ควรจะเก็บค่ะ ข้อแนะนำก็คือ ควรจัดทำชั้นเพื่อวางสิ่งของโดยลำดับให้ชั้นล่างเก็บวางของที่มีน้ำหนักมากที่สุด ส่วนสิ่งของที่มีน้ำหนักเบา มีชิ้นเล็ก ๆ และเป็นประเภทที่ใช้งานคล้าย ๆ กัน หรืออยู่ในกลุ่มเดียวกัน ก็ควรใส่กล่องเขียนประเภทของสิ่งที่เก็บไว้ให้ชัดเจนเพื่อให้เราสามารถหยิบมาใช้ได้เมื่อต้องการ ที่สำคัญก็คือควรดูแลมิให้สัตว์เลี้ยงและสัตว์ที่ไม่พึงประสงค์ในบ้าน เช่น หนู แมลงสาบ เข้ามาทำรังหรือมาทำความเสียหายให้ข้าวของที่เก็บไว้ด้วยน่ะนะคะ :)



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วิธีจัดครัวในรูปแบบต่าง ๆ

ตำแหน่งของห้องครัว นั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณด้านหลังของบ้านค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นจากการปรุงอาหารไปรบกวนห้องอื่น ๆ และควรตั้งอยู่ในที่ที่มีการระบายอากาศได้ดี มีแสงสว่างส่องทั่วถึงทุกมุม เพื่อความสะดวกปลอดภัยในการทำอาหาร นอกจากนั้นแล้วควรดูในเรื่องทิศทางของแสงแดดก่อนจัดวางเครื่องใช้และวางรูปแบบการใช้งานของห้องครัวด้วยนะคะ เช่น บริเวณชำระล้างควรได้รับแสงแดดเพื่อไม่ให้เปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ส่วนที่ตั้งตู้เย็น เตาแก๊ส ก็ควรตั้งอยู่ในที่ร่ม เป็นต้น

ห้องครัว นั้นสามารถจัดวางเครื่องเรือนได้หลายแบบค่ะ หลัก ๆ แล้วเราจะสามารถจัดห้องครัวได้ 3 รูปแบบดังนี้

ครัวตัวไอ (I)

ครัวตัวไอนั้นเหมาะสำหรับครัวในบ้านหลังเล็ก ๆ ค่ะ การจัดวางเครื่องเรือนในครัวควรมีทั้งส่วนที่เป็นส่วนทำความสะอาด มีอ่างน้ำสำหรับล้าง ส่วนเตรียมอาหารและเตา โดยจัดให้เครื่องเรือนนั้นอยู่ในแถวเดียวกัน ชิดผนังด้านใดด้านหนึุ่่งของห้อง และสามารถมีที่พัึกอาหารเพื่อรอเสริฟ์เพิ่มเติมด้วยอีกชิ้นหนึ่ง



ครัวตัวแอล(L)

ครัวตัวแอลนั้น เป็นครัวที่มีพื้นที่การใช้งานมากกว่าครัวตัวไอค่ะ ที่สำคัญสำหรับการจัดครัวรูปแบบนี้ก็คือ ควรจัดส่วนเตรียมอาหารและเตาให้อยู่ติดผนังด้านที่สามารถระบายกลิ่นควันออกนอกบ้านได้ง่าย หรือมีปล่องระบายควัีนและระบบพัดลมดูดอากาศ



ครัวตัวยู (U)

ครัวตัวยูนั้น เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ ถึงใหญ่มากค่ะ โดยอาจทำเป็นครัวรูปแบบตัวยู (แบบเกือกม้า) และเติมเต็มส่วนใช้งานเป็นโต๊ะกลางสำหรับพักอาหารหรืออุปกรณ์อื่นได้อีก




ที่สำคัญไม่ว่าเราจะจัดห้องครัวรูปแบบไหน เพดานของห้องครัวก็ไม่ควรจะต่ำเกินไปน่ะนะคะ เพราะจะทำให้การระบายอากาศไม่ดี สำหรับห้องครัวในบ้านธรรมดานั้น ควรจะมีเพดานสูงจากพื้นราว 2.60-2.75 เมตร จึงจะนับว่าเหมาะสมค่ะ




ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
พบกับนานาสาระเรื่องบ้านเพิ่มเติมได้ที่ http://baansanruk.blogspot.com/

ห้องครัว

ห้องครัว นั้นคือสถานที่ที่ใช้ประกอบอาหารสำหรับผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านน่ะนะคะ ดังนั้น ห้องครัวของบ้านจึงควรที่จะจัดให้มีความเป็นระเบียบ สะอาด และสะดวกสำหรับการใช้งานของผู้ปรุงอาหารเป็นหลัก

ตำแหน่งของห้องครัว ในสมัยโบราณนั้น มักจะเป็นครัวที่แยกออกจากตัวบ้านค่ะ เนื่องจากอาหารไทยมักเป็นอาหารที่มีกลิ่นและรสจัดจ้านกว่าอาหารตะวันตก และการประกอบอาหารไทยมักจะเน้นไปด้านการผัด ทอด และต้ม อันนำมาซึ่งกลิ่นและควันเสมอ การแยกครัวไว้นอกบ้าน จึงเป็นการช่วยระบายกลิ่นและควันได้ดี




แต่ปัจจุบันนี้คนไทยเราหันมานิยมการ จัดห้องครัว ไว้ในบริเวณบ้านกันมากขึ้นน่ะนะคะ ด้วยว่าความหนาแน่นของบ้านเรือนในปัจจุบันนี้มีมากขึ้น ที่ดินมีราคาแพง ดังนั้นเจ้าของบ้านอาจจะต้องการใช้พื้นที่ที่มีให้เกิดประโยชน์สำหรับการอยู่อาศัยมากที่สุด อีกทั้งปัจจุบันนี้การทำครัว และการทำอาหารของคนไทยเรา เริ่มได้รับวัฒนธรรมทางตะวันตกมากขึ้น อาหารที่รับประทานเริ่มหลากหลาย มีการประกอบอาหารประเภทที่ไม่ต้องใช้เตาถ่าน หรือเตาไฟมากขึ้น ขนาดของครัวจึงเล็กลง การจัดห้องครัวก็ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ได้กลิ่นอายของครัวตะวันตกมากยิ่งขึ้น




ในตอนหน้าของบล้อกบ้านนี้ดี เราจะมาดูวิธีจัดครัวในรูปแบบต่าง ๆ กันนะคะ :)

แล้วกลับมาพบกับบล้อกบ้านนี้ดีได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต